วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2552
หลักการพิจารณาธุรกิจขายตรง MLM ที่ดี
ระบบการตลาด MLM
ระบบการตลาด MLM
ระบบการตลาด MLM เป็นกลไกทางการตลาดที่อาศัยกลไกของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม (Laissez-Faire หรือ Capitalism) ซึ่งเป็นระบบที่ให้เสรีภาพแก่ภาคเอกชน ในการประกอบธุรกิจ ดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ สามารถมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน ปัจจัยการผลิต สามารถเลือกอุปโภคบริโภคสินค้า และบริการต่างๆได้อย่างเสรี ใช้ระบบการแข่งขันอย่างเสรี ใช้กลไกตลาดในการกำหนดราคา และจัดสรรทรัพยากรต่าง โดยภาครัฐเป็นผู้สนับสนุนให้เกิดการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม
ในระบบทุนนิยมนั้นจะอาศัยกลไกตลาดในการกระจายสินค้าจากผู้ผลิตไปยังผู้ บริโภค โดยเริ่มจากผู้ผลิตจัดหาวัตถุดิบเพื่อการผลิตสินค้า ดำเนินการผลิตสินค้า และบรรจุหีบห่อพร้อมสำหรับการจัดส่ง การขายสินค้านั้นจำเป็นต้องสื่อสารให้ผู้บริโภครู้จักสินค้านั้นและเลือก ซื้อสินค้านั้นไปใช้ ดังนั้นการกระจายสินค้าไปสู่ผู้บริโภคจึงเกี่ยวข้องกับการตลาด การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ การกระจายสินค้า การหาตัวแทนจำหน่าย การจัดจำหน่ายไปตามช่องทางที่ผู้บริโภคจะสามารถเข้าถึงและซื้อสินค้านั้นได้ สะดวก การตลาดแบบปกติผู้จัดจำหน่ายจะการกระจายสินค้าโดยอาศัยผู้ค้าส่ง และกระจายสินค้าต่อไปยังผู้ค้าปลีก และผู้บริโภคก็จะมาซื้อสินค้าจากผู้ค้าปลีกไปอีกต่อหนึ่ง
ผลกำไรจากการขายสินค้านั้นจะแบ่งให้กับผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย ผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก เป็นทอดๆตามสัดส่วนที่เหมาะสม และในบางครั้งยังแบ่งคืนให้กับผู้บริโภคที่ซื้อจำนวนมากๆในรูปของส่วนลดได้ อีกด้วย
ระบบ MLM ใช้สมาชิกเข้ามามีบทบาทในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ การหาตัวแทนจำหน่าย การกระจายสินค้า การจัดส่ง รวมถึงการเป็นผู้บริโภคเองด้วย แต่ละส่วนก็จะได้รับผลประโยชน์จากค่าตอบแทนต่างๆ ตามแผนการจ่ายค่าตอบแทน (หรือที่มักเรียกกันติดปากว่า แผนการตลาด) เนื่องจากการให้ผลประโยชน์เป็นค่าตอบแทนในการทำหน้าที่ต่างๆในระบบ MLM นั้นเป็นการจ่ายค่าตอบแทนที่จ่ายให้กับสมาชิก MLM โดยตรง หัวใจของระบบ MLM อยู่ที่หลักการในการจ่ายค่าตอบแทนที่จ่ายจากผลงานของในการทำงานของเราเอง และจากผลงานของสมาชิกที่เราแนะนำเข้ามาสู่ระบบด้วย ทำให้รายได้ของสมาชิก MLM สูงมากและไม่มีขีดจำกัด เมื่อเทียบกับการทำหน้าที่คล้ายๆกันในระบบการตลาดแบบค้าส่งแล้ว ระบบ MLM สามารถสร้างรายได้ให้กับสมาชิกได้สูงกว่ามาก จึงเป็นแรงดึงดูดที่ทำให้บริษัทต่างๆ รวมทั้งผู้บริโภคต่าง หันมาสนใจระบบ MLM กันเป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ
ระบบการตลาด MLM มีองค์ประกอบที่สำคัญคือ ผู้ประกอบการ สินค้า แผนการจ่ายค่าตอบแทน เครือข่ายผู้จำหน่ายอิสระ และผู้บริโภค
- ผู้ประกอบการ เป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการเริ่มต้นระบบ MLM ผู้ประกอบการอาจเป็นนิติบุคคล หรือบุคคลก็ได้ในกรณีเริ่มต้นธุรกิจ โดยปกติผู้ประกอบการ MLM จะจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดเป็นส่วนใหญ่ การประกอบธุรกิจขายตรงนั้นผู้ประกอบการจำเป็นต้องขอจดทะเบียนประกอบธุรกิจ ขายตรงกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ในการเริ่มต้นนั้นบริษัท MLM อาจจะประกอบด้วย ผู้บริหาร คณะกรรมการ ฝ่ายบัญชี/การเงิน ฝ่ายคลังสินค้า ฝ่ายการตลาด(เครือข่าย) บริษัท MLM ใหญ่ๆอาจมีแผนกมากกว่านี้ก็ได้ หน้าที่หลักที่จำเป็นต่อการทำงานในระบบ MLM คือการบริหารงาน การจัดหาสินค้าและการส่งสินค้า การคำนวณและการจ่ายค่าตอบแทน และการขยายสายงานสมาชิก ในการเริ่มต้นฝ่ายต่างๆของบริษัท MLM อาจทำหน้าที่หลายอย่างเพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณก็ได้ ผู้บริหารเป็นหัวใจสำคัญของบริษัท MLM ผู้บริหารจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าในการบริหารงานระบบ MLM ซึ่งเป็นระบบที่เติบโตได้อย่างรวดเร็ว และมีความละเอียดอ่อนกว่าระบบการตลาดแบบอื่นๆ เนื่องจากมีผู้เข้ามาเกี่ยวข้องในระบบเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะสมาชิกของบริษัท หรือผู้จำหน่ายอิสระ จำเป็นต้องเข้าใจหลักการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างดี สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับกลุ่มผู้จำหน่ายอิสระที่เป็นผู้นำ (หรือที่เรียกกันติดปากว่า แม่ทีม)
- สินค้า เป็น ส่วนหนึ่งที่สำคัญมากสำหรับระบบ MLM สินค้าเป็นปัจจัยหนึ่งที่ตัดสินว่าระบบ MLM ใดเป็นระบบขายตรงหลายชั้นที่ถูกต้องเป็นธรรมหรือไม่ หากเรานำสินค้าที่ราคาถูกมากๆมาขายในระบบ MLM ในราคาที่แพงมากๆแล้วระบบ MLM ก็จะเป็นระบบที่ไม่ถูกต้อง หรือเข้าข่ายระบบลูกโซ่ หรือปิระมิด สินค้าในระบบ MLM นั้นสามารถเป็นไปได้หลากหลายตั้งแต่อาหาร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องอุปโภคบริโภค ไปจนถึงการบริการต่างๆ สินค้าที่ได้รับความนิยมกันมากในระบบ MLM คือเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แม้จะไม่มีข้อกำหนดหรือข้อจำกัดใดเกี่ยวกับสินค้าที่ขายในระบบ MLM ควรเป็นสินค้าที่มีลักษณะพิเศษหรือมีลักษณะที่แตกต่างจากสินค้าประเภทเดียว กัน หากสินค้าเป็นสินค้าที่คุณภาพดีเป็นสินค้าที่ขายได้ด้วยตัวมันเอง ก็จะช่วยให้ระบบ MLM สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ผู้บริโภคจะซื้อใช้ซ้ำๆ นอกจากนั้นหากเข้ามาเป็นผู้จำหน่ายอิสระก็จะสามารถสร้างรายได้ให้ด้วย สินค้าใหม่ซึ่งยังไม่เคยมีในตลาดมาก่อน หรือสินค้านวัตกรรมนั้นเป็นสินค้าที่สามารถทำการตลาดในระบบ MLM ได้เป็นอย่างดี ระบบ MLM ใช้เป็นระบบในการแนะนำสินค้าเข้าสู่ตลาดอย่างได้เป็นอย่างดี และยังลดความเสี่ยงในการลงทุนโฆษณาสินค้าซึ่งเป็นการลงทุนที่สูง สินค้าที่เป็นสินค้ามีลิขสิทธิ์และมีสิทธิบัตรเป็นสินค้าที่ได้เปรียบในการ ป้องกันคู่แข่งเข้าสู่ตลาดได้ ก็เป็นสินค้าที่ใช้ระบบ MLM ได้เป็นอย่างดี
- แผนการจ่ายค่าตอบแทน หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า แผนการตลาด เป็นวิธีการในการคิดค่าตอบแทนแก่สมาชิกหรือผู้จำหน่ายอิสระของบริษัท MLM จากการขายสินค้า การแนะนำสินค้า การหาสมาชิกเข้ามาร่วมธุรกิจ และการซื้อบริโภคเอง แผนการจ่ายค่าตอบแทนนั้นแบ่งได้หลายแบบเช่น ไบนารี่ ไตรนารี่ (ไตรนารี่ ซึ่งหมายความว่าเป็นเครือข่ายที่สามารถมีลูกทีมติดตัวได้ไม่เกิน 3 คน) สแตร์สเตป ยูนิเลเวล โบนัสแมทชิ่ง พูล และอื่นๆอีกมาก ซึ่งจะได้กล่าวโดยละเอียดต่อไป แผนการจ่ายค่าตอบแทนเหล่านี้ต้องสามารถจ่ายได้จริง และเป็นไปได้ ซึ่งก็หมายความว่าเมื่อคำนวณค่าตอบแทนให้กับสมาชิก MLM ทุกคนแล้ว จำนวนเงินที่จ่ายจริงไม่เกินจำนวนคะแนนทั้งหมดของระบบ หรือพูดง่ายว่ารายจ่ายที่จ่ายค่าตอบแทนให้ผู้จำหน่ายอิสระจะต้องไม่เกินราย รับของบริษัท หรือคะแนนที่กำหนด หรือรายจ่ายที่จ่ายค่าตอบแทนคิดเป็นจำนวนร้อยละที่จำกัด (คงที่) ต่อรายได้ที่บริษัทรับเข้ามา เมื่อจำนวนสมาชิกและยอดการสั่งซื้อเพิ่มมากขึ้น หรือที่เรียกกันว่า ต้องไม่ Over pay แผนการจ่ายค่าตอบแทนที่ดีนั้นควรมีลักษณะคือ มีรายได้จากทางความกว้าง มีรายได้จากทางลึก และมีรายได้จากโปรโมชั่นพิเศษอื่นๆอีก รายได้จากทางกว้างจะเป็นส่วนที่ช่วยผู้จำหน่ายอิสระที่ขยันสร้างรายได้จาก การทำงานส่วนตัวที่เก่ง ส่วนรายได้จากทางลึกนั้นเป็นส่วนที่สนับสนุนให้สมาชิกนั้นไปช่วยสายงานของตน ที่อยู่ลึกลงไปอีกเพราะเข้าจะได้รายได้ตอบแทนจากการช่วยลูกทีมในทางลึก และรายได้จากโปรโมชั่นพิเศษนั้นเป็นเหมือนตัวกระตุ้นให้สมาชิกโดยรวมให้มุ่ง มั่นทำงานให้เข้าหลักเกณฑ์ในการได้รับรางวัลพิเศษนั้น
- เครือข่ายผู้จำหน่ายอิสระ เป็นองค์ประกอบหลักที่ทำให้ระบบ MLM มีแรงดึงดูดมหาศาล และมีเสน่ห์มากกว่าระบบการตลาดแบบอื่นๆ การขยายตัวของกลุ่มผู้จำหน่ายอิสระโดยการแนะนำ ฝึกฝน อบรม ฝึกสอนวิธีการชักจูง เทคนิคการขาย การนำเสนอที่จูงใจ การเปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพ และหลักจิตวิทยาอื่นๆที่ช่วยให้ผุ้จำหน่ายอิสระสามารถชักชวนผู้บริโภคต่างๆ ให้หันเข้ามาทำหน้าที่ผู้จำหน่ายอิสระด้วยนั้นเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการ เติบโตของเครือข่ายอย่างมหาศาล ประกอบเข้ากับแผนการจ่ายค่าตอบแทนที่ยั่งยืน เป็นธรรม เหมาะสมแล้วจะทำให้การตลาดระบบ MLM นี้ไร้เทียมทานเลยทีเดียว เพราะเป็นการแบ่งปันรายได้ ความรู้ในการทำงาน และให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้เป็นอย่างดี การช่วยเหลือกันก่อให้เกิดพลังมหาศาล ทำให้เกิดการเติบโตอย่างรวดเร็ว
- ผู้บริโภค เป็น องค์ประกอบที่จำเป็นที่สุด หากไม่มีผู้บริโภคแล้วระบบการตลาดใดๆก็จะสิ้นสุดลงทันที ดังนั้นผู้บริโภคจะเป็นตัวกำหนดว่าการขายนั้นจะเกิดขึ้นหรือไม่ จะมีผู้สนใจซื้อสินค้านั้นสักเท่าใด การที่บริษัท MLM ต้องหยุดกิจการไปสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการที่ผู้บริโภคไม่ซื้อสินค้านั้นเอง
"บทความนี้เป็นลิขสิทธิ์ของบริษัท เอลิสิโอ จำกัด
หากท่านต้องการนำบทความนี้ไปใช้ อ้างอิง ทำซ้ำ
หรือนำไปลงในเว็บไซต์ของท่าน กรุณาเขียนข้อความว่า
ที่มาของบทความ จากเว็บไซต์ http://www.alisio.com//"
Attract No.10: แนะนำการเลือกเครือข่ายอย่างไรให้ยั่งยืนและมั่นคง
Attract No.10: แนะนำการเลือกเครือข่ายอย่างไรให้ยั่งยืนและมั่นคง
หลายคนเริ่มเข้าใจการตลาดแบบดึงดูดพอสมควรแล้วนะครับ ผมขอแนะนำวิธีในการเลือกเครือข่ายให้ร่ำรวยกันบ้าง หรืออย่างแย่สุด เลือกเครือข่ายยังไงให้สำเร็จได้บ้าง......ไม่ใช่มีแต่เจ๊งกับเจ๊งเหมือนที่ เคยเป็นกัน (คนสำเร็จกับเครือข่ายหมายถึงคนที่มีรายได้อย่างน้อย 5 แสนบาทต่อเดือน) ถ้าจะเลือกทำธุรกิจเครือข่ายเราต้องมองว่าอะไรมาก่อนมาหลัง บางคนทำเครือข่ายมาเป็นสิบๆปียังเลือกเครือข่ายไม่เป็น ก็ยังล้มเหลวอยู่เหมือนเดิม.....นั่นละไม่สำเร็จสักที หรือบางคนสำเร็จระดับสูงมาก สุดท้ายก็ต้องมานับศูนย์ใหม่ในไม่กี่ปีเพราะบริษัทและสายงานล้มไป ก็ยังไม่เข้าใจการเลือกเครือข่ายอยู่ดี
ถ้ายังไม่เข้าใจคุณอาจจะหมุนวนมานับศูนย์เรื่อยๆ หรือคุณอาจจะล้มเหลวตลอดไป!!! หลักการสำหรับเลือกเครือข่าย
- เลือกที่วิธีทำธุรกิจ วิธีทำการตลาดก่อนเลยครับ (สำคัญที่สุดสำหรับการทำเครือข่ายเลยก็ว่าได้)
- เมื่อเห็นวิธีทำธุรกิจแล้ว ถ้าอยากมั่งคั่งต้อง
- มองโอกาสเติบโต
- แผนการตลาดเอื้อแค่ไหน
- มองที่ผลิตภัณฑ์
- มองที่ความมั่นคง
ผมจะอธิบายให้เข้าใจมากขึ้นครับ
ข้อที่ 1 เลือกที่วิธีทำธุรกิจหรือวิธีทำการตลาด สำคัญมากที่สุด หลายคนที่ทำเครือข่ายติดหลุมพลางการล่อหลอกด้วยคนที่มีรายได้จำนวน มหาศาล มายืนเรียงกัน ใช้บรรยากาศของห้องกระตุ้นเร้า ใช้การชักแม่น้ำทั้ง5 ทำให้คล้อยตามและจิตนาการที่ฝันเฟื่องไปกันใหญ่ หลังจากนั้นไม่นานเมื่อออกจากห้องประชุม ก็ตัดสินใจสมัครและเริ่มสต๊อกสินค้า....แล้วก็ถูกลอยแพทันที ไม่มีคนสอนงาน ไม่มีคนพาทำงาน สินค้าก็ขายไม่ได้ แนะนำใครก็ไม่สนใจ บางทีพาทำงานบ้างแต่ก็เป็นในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ เช่น สิ่งที่เขาสอนลิสต์รายชื่อคน 100 คนเพื่อโทรไปแนะนำสินค้า หรือไปแนะนำธุรกิจ พร้อมกับคำขู่ว่า " ถ้าไม่รีบโทรหาคนรู้จัก อาจจะมีคนรู้จักไปทำกับคนอื่น หรือซึ้อสินค้ากับคนอื่นนะ" **ดังนั้นการเลือกวิธีทำการตลาดเป็นสิ่งจำเป็นที่สุด** สิ่งที่คุณต้องดูก่อนเป็นอย่างแรกคือ เครือข่ายที่คุณจะทำเป็นเครือข่าย เซลล์แมนหรือเครือข่ายผู้บริโภค เครือข่ายเซลล์แมน คือ เครือข่ายที่ต้องมีการขายสินค้าเป็นหลักและใช้การขยายธุรกิจออกไป ข้อดีคืออาจจะมีรายได้จากการขายของ ข้อเสียคือ การจะได้รายได้ตามกฎเกณฑ์ของบริษัทต้องมียอดสูงกว่า แต่สำหรับ..... เครือข่ายผู้บริโภค เน้นการขยายเครือข่ายผู้ใช้สินค้าอย่างเดียวไม่จำเป็นต้องขายของ ข้อดีคืดถ้าต้องการรายได้ตามเกณฑ์การรักษายอดไม่สูงมาก และถ้าสินค้าเป็นที่ต้องการก็อาจจะนำไปขายได้เหมือนกัน ถามตัวเองก่อนว่าคุณชอบเครือข่ายประเภทไหน หลังจากนั้นเมื่อเข้าใจประเภทเครือข่ายแล้ว ดูต่อไปว่า....... คนที่มาแนะนำคุณเขาทำการตลาดอย่างไร ไม่ต้องสนใจสิ่งสวยหรูที่เขามาแนะนำ แม่น้ำทั้ง 5 สายที่ไหลมาบรรจบกันที่ปากเขาก็เหมือนกัน คุณต้องการทำแบบเขาคนนั้นไหม เพราะถ้าคุณมัวแต่หลงกับแผนการจ่ายรายได้ จ่ายเงินเยอะที่สุดในจักรวาล แจกโน่นแจกนี่มากที่สุด มีคนหลักล้านมากที่สุด บริษัทยิ่งใหญ่ที่สุด ผลิตภัณฑ์ขายตัวเองได้ ....... แต่ถ้าคุณสมัครใครร่วมเครือข่ายไม่ได้เลย มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยใช่ไหมครับ หรือคุณขายของไม่ออกสักชิ้น และกินเองจนหมด คุณจะไม่เจ๊งหรือครับ เพราะถ้าคุณไม่ชอบวิธีทำการตลาดแบบนั้น สุดท้ายคุณก็จะแพ้ความอยากสบายของตัวเอง ไม่เอาแล้ววันนี้ขอนอนดีกว่า ดูทีวีดีกว่า เพราะคุณกำลังทำการตลาดแบบฝืนธรรมชาติของตัวเอง ซึ่งผมได้อธิบายที่ Attract No.7 แล้ว
ข้อ 2 เมื่อเข้าใจวิธีทำการตลาดแล้วขอย้ำนะครับ ต้องเข้าใจวิธีทำการตลาดก่อนว่าเราต้องการจริงๆเท่านั้น ในส่วนของการทำการตลาดแบบนี้ หลังจากนั้นต้องเข้าใจ กราฟช่วงชีวิตของธุรกิจเครือข่าย ถ้าคุณไม่เข้าใจกราฟนี้อย่าคิดทำเครือข่ายเด็ดขาด ข่าวร้ายสำหรับบ้านเราคือ 99% ของนักธุรกิจเครือข่ายไม่เข้าใจกราฟนี้หรือเข้าใจก็เข้าใจไม่ละเอียด ผมจะะอธิบายให้ฟัง ก่อนอื่นคุณต้องล้างความเข้าใจเก่าคุณทิ้งก่อนนะครับ * กราฟบอกอะไรเรา เมื่อเริ่มธุรกิจมีคนร่วมยังไม่มาก การเติบโตยังไม่ดีเท่าที่ควร ต้องใช้เวลาในการวอร์มตัวและสร้างผู้นำในธุรกิจเครือข่าย แต่เมื่อผ่านจุดที่ 1 ปรากฎว่ามีคนจำนวนมากเข้ามาร่วมและคนก็หลั่งไหลกันเข้ามาเรื่อยๆ 80% ของคนทำธุรกิจจะเข้าร่วมช่วงนี้ เมื่อผ่านจุดที่ 2 ธุรกิจเริ่มเป็นที่รู้จักจะหันซ้ายหันขวา หน้าหลังก็เจอคนที่เขาทำหมดแล้ว หรือว่ารู้จักหมดแล้ว ช่วงนี้จะเป็นการรักษาระดับของธุรกิจ* คุณรู้ไหมว่าผมกำลังจะสื่ออะไร สังเกตไหมครับว่าคนที่มีรายได้ 7 หลักเขาเริ่มธุรกิจเครือข่ายกันตอนไหน แทบจะทั้งหมดก็ตอนบริษัทเปิดตัวนั่นละครับ หมายความว่า ถ้าคุณต้องการรายได้มหาศาลคุณต้องเริ่มก่อนที่ธุรกิจจะถึงจุดที่ 1 ในกราฟ แล้วถ้าคุณไปเริ่มช่วงที่คน 80 % คนเข้ามาละครับ หมายถึงคุณอาจจะมีรายได้บ้างหรือเสียบ้างอยู่ที่ความสามารถและความขยัน รวมถึงเครื่องมือหรือระบบทำการตลาดที่มาช่วย ช่วงนี้มีการแข่งกันกันเองในเครือข่ายสูงมาก แต่การที่มั่งคั่งมีรายได้ 7 หลักยากมาก คุณต้องมีความสามารถพิเศษที่เหนือกว่าชาวบ้านมากๆ สำหรับคนที่เริ่มผ่านจุดที่ 2 ไปแล้ว เมื่อผ่านจุดนี้ไปการทำธุรกิจสำหรับคนใหม่จะยากมากนะครับ ส่วนมากจะเข้ามาเป็นผู้บริโภค ไม่ค่อยมีรายได้กันเท่าไหร่ บางคนก็มีรายได้บ้างถ้ามีความพยายามมากกว่า แต่โอกาสที่จะร่ำรวยแทบจะไม่มีเลย คุณต้องเป็นยอดมนุษย์จริงๆ หรือคุณต้องสามารถสวนกระแสในความซบเซาได้
* สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจคือทุกบริษัทเครือข่าย ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว และไม่มีใครบอกว่าบริษัทตัวเองแย่หรอกครับ ถ้าจะชวนคนเข้าร่วม ไฮไลท์ตอนนี้ก็คือ คุณต้องรู้ให้ได้นะครับว่า ธุรกิจที่คุณจะเลือกกราฟธุรกิจอยู่ในช่วงไหน ถ้าคุณอยากมีรายได้มหาศาลแบบเร็วกว่า เพราะการเลือกผิดจุดนั่นคือโอกาสที่เหลือของคุณ บริษัทที่มีคนรายได้ 7 หลักจำนวนมากที่เขาพยายามนำเสนอ บริษัทที่เปิดมาตั้งนานในบ้านเรา มันกำลังบอกอะไรกับคุณเกียวกับโอกาสร่ำรวยที่น้อยลง อาจจะไม่ใช่เวลาของคุณ น่าจะพอเข้าใจนะครับ และที่สำคัญคุณต้องมองไปที่บริษัทด้วยนะครับ มั่นคงแค่ไหน แผนการจ่ายเงิน และที่สำคัญคือ "ผลิตภัณฑ์ "
*** ถามตัวเองก่อนนะครับว่า ผลิตภัณฑ์แบบนี้ ถ้าคุณไม่มีรายได้สักบาท คุณจะซื้อใช้ ซื้อกินไหมครับ ถ้าคำตอบคือไม่ คนอื่นเขาก็คงไม่ต่างจากคุณ นั่นหมายถึงธุรกิจเมื่อถึงจุดอิ่มตัว หันซ้ายหันขวา หน้าหลังก็มีคนทำแล้ว รับสมัครคนยากขึ้นหรือขายของยากขึ้น ถ้าคนไม่มีรายได้ เขาก็จะหยุดรักษายอด เมื่อเขาเห็นว่าผลิตภัณฑ์ไม่ได้จำเป็นกับชีวิต นั่นหมายถึงเครือข่ายที่จะล้มครืน.... แบบโดมิโน่ มันก็จะล้มตั้งแต่ตัวสุดท้ายจนถึงโดมิโน่ตัวแรกเลยครับ และเริ่มไปนับศูนย์กันใหม่ หลายคนเข้าใจกราฟนี้แต่เข้าใจไม่หมด
**ว่ากราฟนี้มันสือถึงผลิตภัณฑ์ด้วย ถ้าคุณต้องการธุรกิจสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน คุณต้องเข้าใจให้ชัดเจน
**ผลิตภัณฑ์ที่เป็นของไม่จำเป็นการการดำเนินชีวิต เป็นผลิตภัณฑ์แฟชั่น สุดท้ายเครือข่ายก็จะจบลงเมื่อถึงจุดอิ่มตัว สิ่งที่คุณทุ่มเทก็จะจบไป ทีนี้เข้าใจหรือยังครับว่า ทำไมบางเครือข่ายดังๆก็ยังล้มไป แล้วข้อดีของการตลาดแบบดึงดูด Attract ion Marketing จะมาช่วยอะไรได้บ้าง? หากคุณทำการตลาดด้วยการแบรนด์ตัวคุณเอง ไม่ได้มาแบรนด์บริษัทเหมือนคนอื่นๆ คนเขารู้จักคุณในฐานะมืออาชีพที่เขาอยากร่วม คุณมีระบบฐานข้อมูลคนที่ต้องการสำเร็จที่คุณจะให้ข้อมูลอะไรกับเขาก็ได้ คุณมีความสัมพันธ์กับเขาเพราะเขารู้จักคุณในฐานะคนรู้จัก และมืออาชีพทางด้านเครือข่าย ถ้าธุรกิจมันแย่ที่สุดคือ เครือข่ายล้ม แต่การตลาดแบบดึงดูด เครือข่ายที่หายไปคุณสามารถเอาคืนในระยะเวลาอันรวดเร็วมากกับบริษัทใหม่ๆ เพราะคนจะติดสอยห้อยตามคนที่เขามั่นใจด้วยเสมอ แต่ถ้าจะให้ดีที่สุดคุณต้องมีระบบที่ยอดเยี่ยมแล้ว คุณควรเลือกบริษัทที่ยอดเยี่ยมทั้งโอกาสมั่งคั่ง แผน ผลิตภัณฑ์(ถามตัวเองก่อนว่า ถ้าคุณไม่มีรายได้สักบาทกับบริษัทนี้ คุณจะยังซื้อกินซื้อใช้ไหม) และความมั่นคงของบริษัทด้วย ****แจ้งชื่อ อีเมล์ เบอร์โทร และบอกว่าต้องการอบรมเพิ่มเติม มาที่
feel.pe@gmail.com ไม่มีค่าใช้จ่ายในการอบรมทางเน็ต ****ต้องการข้อมูลการทำเครือข่ายแบบถูกต้อง สามารถเข้ามากรอกรับข้อมูลส่งให้ฟรีทางเมล์ได้ที่นี่ครับ http://successful.thport.com/Attract No.9: การตลาดแบบดึงดูด Attraction Marketing การตลาดที่ลอกเลียนแบบไม่ได้ ในการทำตลาดรูปแบบเดิมๆ
Attract No.9: การตลาดแบบดึงดูด Attraction Marketing การตลาดที่ลอกเลียนแบบไม่ได้ ในการทำตลาดรูปแบบเดิมๆ
คุณเคยสังเกตุ ไหมครับว่า....... คนที่เขามีรายได้มหาศาลกับเครือข่ายทำไมเวลาเขาจะรับสมัครใครเข้ามาร่วมมันง่ายจัง!!!
ทั้งที่เราก็พยายามเหมือนเขาอาจจะ......มากกว่าด้วยซ้ำไป ก็ยังไม่ได้ผลลัพธ์เหมือนเขาคนนั้นผมมีนิทานคนทำเครือข่ายมาเล่าให้ฟัง???
มี ธุรกิจเครือข่ายค่ายหนึ่ง นายเพชร เป็นคนที่เริ่มทำธุรกิจนั้นตั้งแต่แรกในประเทศไทย และเมื่อเวลาผ่านไป....หลายปีจากองค์กรธุรกิจเครือข่ายเล็กๆ กลายเป็นองค์กรใหญ่โต นายเพชร กลายเป็นคนที่มีรายได้มหาศาล 7-8 หลักทุกเดือน เนื่องจากได้ผลลัพธ์กับองค์กรที่ใหญ่โตขึ้น นายเพชร ได้รับเชิญเป็นวิทยากรพิเศษ ในงานประชุมของบริษัทที่จัดตามโรงแรมต่างๆบ่อยๆ ในฐานะผู้ที่สำเร็จกับเครือข่ายและมีรายได้มหาศาล ทุกคนต่างก็ชื่นชมในความสามารถ ชื่อของนายเพชร เป็นที่กล่าวขานทั้งในห้องประชุมและทางเน็ต เป็นคนที่หลายๆคนอย่างเอาเยี่ยงอย่าง
วัน นั้นให้ห้องประชุม นางปลื้มใจ ซึ่งเป็นผู้มุ่งหวังของผู้ทำธุรกิจท่านหนึ่งที่อยู่ลำดับลึกมากๆ ในองค์กรของนายเพชร ได้ประทับใจในตัวของนายเพชรอย่างมาก ด้วยการที่นางปลื้มใจเป็นคนมั่นใจในตัวเองสูงเธอมองเห็นว่าถ้าร่วมเครือข่าย กับคนที่เขาแนะนำเข้ามาชมวันนี้คงมีโอกาสสำเร็จน้อย และจะดีมากถ้าได้ร่วมกับนายเพชร นางปลื้มใจเลยตัดสินใจที่จะไม่ร่วมกับนักธุรกิจท่านนั้น แล้วเริ่มต้นหาข้อมูลชื่อ เบอร์โทรของนายเพชร ทันที ในอินเตอร์เน็ต และได้เบอร์โทรสมใจ ตัดสินใจโทรหาและบอกว่าอยากเข้าร่วมกับนายเพชร เนื่องจากไม่รู้มาก่อนว่านางปลื้มใจ เคยเป็นผู้มุ่งหวังของทีมงานตัวเอง และเห็นว่านางปลื้มใจมีคุณสมบัติที่ดีหลายอย่าง นายเพชรเลยตัดสินใจรับสมัครติดตัวเองทันที นางปลื้มใจดีใจมากที่ได้ร่วมกับคนที่มีรายได้มหาศาลอย่างนี้
เมื่อ เริ่มเรียนรู้งานจากนายเพชร นางปลื้มใจก็แปลกใจเล็กน้อยเมื่อพบว่านายเพชรก็ไม่ได้สอนอะไรพิเศษมากไปกว่า ...... ที่คนที่พาเข้าประชุมท่านั้นแนะนำ สิ่งที่นางปลื้มใจได้เห็นมากขึ้นพบว่าบางทีเมื่อขอความช่วยเหลืออะไรก็ตาม นายเพชร จะไม่ค่อยตอบสนองเท่าไหร่ "หรือเพราะเขามีตำแหน่งใหญ่โต เลยติดธุระค่อนข้างบ่อย" นางปลื้มใจพูดกับตัวเอง เธอจึงตัดสินใจไปหาที่บ้านอันหรูหราของนายเพชร ก็เลยแปลกใจเป็นอย่างมาก "โอ้ว นายเพชร กำลังตีกอล์ฟ สบายใจเฉิบ มีสาวสวยพริตตี้ข้างกาย 2 คน" นางปลื้มใจจึงตัดสินใจเดินเข้าไปทัก และพยายามคุยปัญหาที่เธอเจออยู่ มีคนสนใจธุรกิจและต้องการให้นายเพชรช่วยเหลือเธอด่วน ไม่งั้นเดือนนี้เธอจะไม่มีเงินรักษายอดและรายได้ไม่เกิดแน่ๆ นายเพชรบอกว่า ให้เธอกลับไปก่อนเดี๋ยวจะติดต่อกลับไป เธอกลับออกมาจากบ้านนายเพชร และรู้สึกเสียใจนิดๆ หลังจากนั้นนายเพชรก็ไม่ได้ติดต่อหาเธอตามที่บอก
เมื่อ ถึงช่วงงานเปิดโอกาสทางธุรกิจ นางปลื้มใจได้ชวนคนเข้าในงานประชุมได้ 3 ท่านที่แสนจะลำบากในการชวนเพราะชวนมาเป็น 20 กว่าคนแต่มาแค่ 3 คน แต่เธอก็ดีใจที่มีคนมาได้ ทั้ง 3 คน มี 2 คนเป็นนักศึกษาที่อยากหารายได้เสริม และอีกคนเป็นพนักงานประจำที่อยากออกจากงานเพราะอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง หลังจากได้ฟังงานประชุมจนจบ ทุกคนก็ทะยอยกันกลับ 3 คนที่ร่วมประชุมไม่มีใครสมัครกับเธอเลย นักศึกษาทั้ง 2 คนบอกว่าไม่มีเงินค่าสมัคร ส่วนอีกคนบอกว่ายังไม่พร้อมตอนนี้
1 เดือนผ่านไป นายเพชรได้จัดงานเลี้ยงยินดีให้กับสมาชิกในทีมที่ได้ขึ้นตำแหน่งใหม่ๆ ได้เชิญคนที่เป็นต้นสายของธุรกิจเข้ามาในงานเลี้ยง และทีมงานติดตัวเองเข้ามาในงานด้วย นางปลื้มใจก็ได้รับเชิญ และเธอแปลกใจมาก คนที่เธอเคยชวนเข้าอบรมที่โรงแรมก่อนหน้าก็มาด้วย และได้ถามคนที่เป็นไซด์ไลน์ที่มางานด้วยกัน เขาบอกว่า "อ้อเป็นทีมงานใหม่ของพี่เพชรเขา"....???
++ นี่เป็นแค่เรื่องสมมติ ไม่เกี่ยวกับ บุคคล สถานที่หรือ อะไรก็ตามนะครับ ++
นิทานเรื่องนี้บอกอะไรกับเราบ้าง?
- คนที่มีรายได้มหาศาลกับเครือข่าย เขาอยู่ในการตลาดดึงดูด(รายได้)ที่ใครๆ ก็อยากเข้าร่วมเพราะมั่นใจว่าเขาจะพาสำเร็จแน่ๆ-ข่าวไม่สู้จะดีคือ คนที่เขามีรายได้มหาศาลเหล่านั้นแทบทุกคนไม่มีระบบที่เอื้อให้ทุกคนสำเร็จ
- ข่าวร้ายคือ คนเหล่านั้นเขาไม่เข้าใจด้วยซ้ำไปว่าเขาอยู่ในการตลาดดึงดูดที่ใครๆก็อยากเข้าร่วมกับเขา
- ข่าวร้ายกว่า คนเหล่านั้นไม่สามารถที่จะสอนทีมงานให้เข้าใจการตลาดดึงดูดและเป็นแบบเขาได้
- ข่าวร้ายยิ่งกว่า ธรรมชาติของคน ยิ่งร่ำรวยขึ้น คนจะยิ่งเหนื่อยง่ายขึ้น ทำงานหนักได้น้อยลง ความพยายามลดลง-ข่าวร้ายที่สุด เขาจะสอนให้คุณทำสิ่งที่เขาอยากให้คุณทำและเขาไม่เคยทำ และผลักไสให้พยายามในสิ่งที่คุณไม่ชอบมากที่สุด
"จง อย่าแค่มองเครือข่าย" แค่เพราะหลงในบางอย่างที่สวยงาม แผนง่ายที่สุดในโลก จ่ายมากที่สุดในจักรวาล บริษัทสุดยอดเบอร์หนึ่ง แจกโน่นแจกนี่มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา มีคนมีรายได้มหาศาลมากที่สุดในโลก ถามตัวคุณเองก่อน..... - คนที่มาแนะนำเขาทำการตลาดอย่างไร
- คุณอยากทำอย่างนั้นไหม ถ้าอยากทำงานแบบนั้นเยี่ยมเลยคุณกำลังพบทางสว่าง ถ้าไม่ ให้รีบถอยออกมา เพราะถ้าคุณเข้าไปคุณก็จะเจอการทำตลาดที่ฝืนความรู้สึกตัวเองทันที สุดท้ายก็จะล้มเหลว
การตลาดดึงดูดคือการตลาดรูปแบบเดียวกับคนที่เขามีรายได้มหาศาลเป็นอยู่ ณ ขณะนี้ แต่เราไม่รู้ตัวเองนั่น หมายถึง คุณกำลังได้รู้วิธีการดึงดูดคนให้เข้ามาร่วมกับคุณเหมือนกับคนที่เขามีราย ได้มหาศาล เหตุผลเพราะคนอยากร่วมเครือข่ายกับคนที่มั่นใจว่าพาเขาสำเร็จแน่ๆ แล้วทำไมคนที่ทำการตลาดแบบนี้จะไม่สำเร็จล่ะ
สนใจเข้าอบรมเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคลายปมความล้มเหลวในตลาดเครือข่ายด้วยการตลาดแบบ Attraction Marketing ทางออนไลน์ฟรี!!!!!
ไม่มีค่าใช้จ่ายในการอบรมทางเน็ตต้องการข้อมูลการทำเครือข่ายแบบถูกต้อง สามารถเข้ามากรอกรับข้อมูลส่งให้ฟรีทางเมล์ได้ที่นี่ครับ
****แจ้งชื่อ อีเมล์ เบอร์โทร และบอกว่าต้องการอบรมเพิ่มเติม มาที่ feel.pe@gmail.com ไม่มีค่าใช้จ่ายในการอบรมทางเน็ต
****ต้องการข้อมูลการทำเครือข่ายแบบถูกต้อง สามารถเข้ามากรอกรับข้อมูลส่งให้ฟรีทางเมล์ได้ที่นี่ครับ http://successful.thport.com/
Attract No.8: การคัดเลือกคนที่จะเข้ามาร่วมเครือข่ายในระบบารตลาดแบบดึงดูด Attraction Marketing
Attract No.8: การคัดเลือกคนที่จะเข้ามาร่วมเครือข่ายในระบบารตลาดแบบดึงดูด Attraction Marketing
จากบทเรียนที่ผ่านมา คุณได้ทราบแล้วว่าหัวใจของการตลาดเครือข่ายแบบดึงดูด Attraction Marketing คือ การสร้างความเชื่อมั่นในตัวคุณกับคนที่สนใจ เมื่อคนเห็นความเป็นมืออาชีพของคุณ และเขาเห็นว่าคุณสามารถพาเขาสำเร็จได้ เขาก็อยากจะร่วมกับคุณ หน้าที่ของคุณคือ การคัดเลือกว่าใครบ้างที่ต้องการให้ร่วม คุณสามารถทำอะไรบางอย่างก่อนคัดเลือกได้ก็คือ.......... สามารถให้ข้อมูลการทำธุรกิจเครือข่ายอย่างไรให้สำเร็จ เขาควรทำงานอย่างไร ระบบเป็นแบบไหนบ้างที่จะเอื้อให้สำเร็จจริงๆ แบบเข้มข้น และเปิดโอกาสให้คนที่เขาต้องการร่วมกับคุณ ได้แสดงว่าเขาต้องการเข้าร่วมกับคุณ หน้าที่ของคุณคือ การเลือกคนที่คุณต้องการให้ร่วม การคัดเลือกคนเข้าร่วมเครือข่ายกับคุณนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับการเลือกแฟน นั่นคือคุณจะต้องดูหลายๆ คุณสมบัติ เช่น
- เขาตั้งใจแค่ไหนที่จะเข้าร่วม เพราะบางคนแค่แวะเข้ามาดูเพื่อจะได้รู้อะไรบางอย่างที่คุณทำอยู่ หรือบางคนอาจจะแค่อยากจะรู้แต่ไม่ต้องการร่วมกับคุณจริงๆ
- เขาเข้าใจการตลาดแบบที่คุณทำแค่ไหน
- เขามั่นใจได้อย่างไรว่าระบบทำงานแบบนี้มันจะเอื้อให้สำเร็จ
- ทรรศนคติเขาเป็นอย่างไรบ้าง มีทักษะตรงตามที่คุณต้องการไหม
- และเรื่องความพร้อมด้านการลงทุน
บริบทของคุณในการคัดคน ไม่ต่างอะไรจากการคัดเลือกคนเข้ามาทำงานในบริษัท นั่นคือคุณต้องชัดเจนกับตัวเองก่อนว่าคุณเป็นคนเลือกเขา ไม่ใช่ให้เขามาเลือกเรา ถ้าคิดว่าสิ่งที่คุณกำลังพูดคุยกับเขาเป็นลักษณะการโน้มน้าว หยุดคิดสักนิดเพราะคุณกำลังพยายามง้อคนที่คุณสัมภาษณ์อยู่ พยายามชักจูงอยู่ เมื่อคนเขามองว่าตัวเขาเองสามารถเลือกหรือไม่เลือกเราก็ได้ เขาจะเป็นคนถือไพ่ที่เหนือกว่าทันที นั่นหมายถึงการล้มเหลวในการสัมภาษณ์อย่างสิ้นเชิง อย่าลืมนะครับ การสัมภาษณ์คือการคัดคนที่ใช่ เพื่ออนุญาติให้เข้าร่วมกับเราหรือไม่ ถ้าเขาถือไพ่เหนือกว่านั่นคือคุณไม่มีสิทธิ์คัดคนได้เลย สิ่งที่อยากแนะนำสำหรับท่านที่ทำการตลาดดึงดูด ท่านต้องแฝงการตลาดแบบปฎิเสธคนในนั้นด้วย หมายถึงคนที่ไม่มีคุณสมบัติที่จะรับเข้าร่วม ต้องปฎิเสธทันทีอย่าเสียดาย เพราะการรับคนเหล่านี้เข้ามานั่นคือ การได้คนที่ไม่ใช่ มาร่วมธุรกิจและโอกาสที่จะล้มเหลวสูง แม้ว่าการทำงานจะง่ายเท่าใดก็ตาม และตัวคุณจะเสียเวลาในการดูแลคนเหล่านี้มากเกินปกติ เมื่อเข้าสู่สถานการณ์การทำงานแบบนี้ มีคนมาขอสัมภาษณ์เพื่อจะเข้าร่วมธุรกิจกับคุณสม่ำเสมอ ตัวคุณเองเพียงแค่คัดเอาคนที่ใช่ ตัวคุณเองจะเข้าสู่การตลาดดึงดูดแบบเต็มตัวแล้ว แต่การที่คุณเองจะทำการตลาดแบบนี้ให้สมบูรณ์แบบ คุณจะต้องมีระบบการทำการตลาดที่เอื้อจริงๆ และคนเขารู้จักคุณเท่านั้นในฐานะคนที่จะพาเขาสำเร็จ และคุณต้องเป็นอย่างนั้นจริงๆ ถ้าเทียบการตลาดดึงดูดว่าเหมือนคนที่หน้าตาดี อาจจะมีคนมาให้คัดเลือกเป็นแฟนเยอะ แต่ถ้าเขารู้ว่าคุณดีแค่หน้าตาแต่.....นิสัยไม่ได้เรื่อยเลย คงจะคบกันได้ไม่นาน เหมือนในการทำธุรกิจที่คุณต้องเป็นอย่างที่คุยจริงๆ คุณต้องทำอย่างที่พูด และต้องมีระบบสนับสนุนการทำงานเหมือนที่ได้บอกเขาจริงๆ เมื่อคุณตัดสินใจที่จะรับเขาเข้าร่วม คุณต้องเข้าใจธรรมชาติของคนคือ สิ่งที่คนมองหาอย่างหนึ่งในการพูดคุยคือ เขาจะได้อะไรบ้างเมื่อร่วมกับเรา และเขาจะสูญเสียอะไรถ้าเขาไม่ได้ร่วม ในลักษณะไม่ใช่การชักจูง เป็นรายละเอียดสำคัญที่ต้องเพิ่มเติม ให้กับเขาทราบ เห็นภาพแล้วใช่ไหมครับ ว่าการตลาดดึงดูดมีข้อแตกต่างในการที่จะได้คนเข้ามาร่วมแบบสิ้นเชิง ทำให้คุณได้คนมีคุณภาพเข้ามาร่วม นั่นหมายถึงโอกาสคนที่เข้าร่วมสำเร็จสูงมากอาจจะถึง 90% ซึ่งปกติคนทำเครือข่ายทั่วไปสำเร็จแค่ 1% การทำการตลาดดึงดูด Attraction Marketing จะเป็นมุมมองใหม่ในการทำเครือข่ายในอนาคต!!! เพราะทุกวันนี้คนทำเครือข่ายถูกมองในแง่ลบตลอดเพราะ.......
รูปแบบการตลาดเดิมๆ บางคนเสียเพื่อน เสียแฟน เสียญาติ เสียคนรู้จัก เขากำลังมองหาการตลาดรูปแบบใหม่ที่ไม่ต้องรบกวนใคร และง่ายกว่า นั่นคือโอกาสของคนที่เริ่มการตลาดแบบดึงดูด Attraction Marketing ที่จะสำเร็จในอนาคตที่มากกว่า เมื่อคุณตัดสินใจที่จะรับเขาเข้าร่วม คุณต้องเข้าใจธรรมชาติของคนคือ สิ่งที่คนมองหาอย่างหนึ่งในการพูดคุยคือ เขาจะได้อะไรบ้างเมื่อร่วมกับเรา และเขาจะสูญเสียอะไรถ้าเขาไม่ได้ร่วม ในลักษณะไม่ใช่การชักจูง เป็นรายละเอียดสำคัญที่ต้องเพิ่มเติม ให้กับเขาทราบ เห็นภาพแล้วใช่ไหมครับว่า........
การตลาดดึงดูดมีข้อแตกต่างในการที่จะ ได้คนเข้ามาร่วมแบบสิ้นเชิง ทำให้ท่านได้คนมีคุณภาพเข้ามาร่วม นั่นหมายถึงโอกาสคนที่เข้าร่วมสำเร็จสูงมากอาจจะถึง 90% ซึ่งปกติคนทำเครือข่ายทั่วไปสำเร็จแค่ 1%
สนใจเข้าอบรมเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคลายปมความล้มเหลวในตลาดเครือข่ายด้วยการตลาดแบบ
Attraction Marketing ทางออนไลน์ฟรี!!!!! ไม่มีค่าใช้จ่ายในการอบรม
แจ้งชื่อ อีเมล์ เบอร์โทร และบอกว่าต้องการอบรมเพิ่มเติม มาที่ feel.pe@gmail.com ไม่มีค่าใช้จ่ายในการอบรมทางเน็ตต้องการข้อมูลการทำเครือข่ายแบบถูกต้อง สามารถเข้ามากรอกรับข้อมูลส่งให้ฟรีทางเมล์ได้ที่นี่ครับ http://successful.thport.com/
Attract No.7: การตลาดแบบไม่ฝืนธรรมชาติของมนุษย์
พอ ได้ยินคำว่า ธรรมชาติของมนุษย์ คุณต้องนึกถึงการที่มนุษย์กระทำหรือตัดสินใจกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือสภาวะใดสภาวะหนึ่งโดยอัตโนมัติ ที่มาจาก 2 ภาวะอารมณ์ ก็คือ รัก กับ กลัว
** ถ้าความรักคือ ความยินดี ปรารถนาดี ความสำเร็จ การได้มาซึ่งสิ่งปรารถนา ความปิติ ความสุข การช่วยเหลือแบ่งปัน การดึงดูด
** ถ้าความกลัวคือ การป้องกันตัวเอง การผลักไส ความตรึงเครียด ความเศร้าโศก อิจฉาริษยา เห็นแก่ตัว ความเจ็บปวดธรรมชาติ ของมนุษย์จะพยายามเลี่ยงภาวะจากความกลัว ก่อนที่จะเลือกภาวะแห่งความรักเสมอ เช่น มนุษย์เลือกที่จะเลี่ยงความรู้สึกเจ็บปวดก่อน แม้จะมองเห็นว่าถ้าเราทำอย่างนั้นเราจะได้รับความสำเร็จ และความสุข ยกตัวอย่างเช่น คนที่ทำเครือข่ายเลือกที่จะอยู่เฉยๆ แทนที่จะทำงานเพราะไม่อยากโดนปฏิเสธแล้วการตลาดแบบเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์เป็นอย่างไร?ธรรมชาติ ของคน ข้อแรก คนไม่ชอบถูกขาย นี่ไงครับทำไมท่านเสียเพื่อน คนรู้จัก เพราะท่านพยายามที่จะขายอะไรเขาอยู่ไงครับ คนเราจะมีระบบป้องกันตัวเองทันทีธรรมชาติ ของคน ข้อที่สอง คนชอบซื้อ ถ้าท่านมีเงินสัก 100 ล้าน ผมว่าเมนูที่ท่านจะใช้เงิน 99เปอร์เซ็นต์เป็นการซื้อเช่น ซื้อบ้าน ซื้อรถ ซื้อที่ดิน ซื้อ อื่นๆอีกมากมายธรรมชาติของคน ข้อที่สาม คนไม่ชอบง้อคน ถามหน่อยครับ ท่านที่ทำเครือข่าย ท่านชอบง้อคนไหม แล้วย้อนมองการตลาดทีท่านพยายามโน้มน้าวคน มาสนใจกับท่าน พยายามสาธิตสินค้า พยายามปิดการขาย รู้ไหมท่านกำลังง้อคนเห็นภาพไหม ครับว่า ท่านกำลังทำการตลาดที่ฝืนธรรมชาติ ทั้งกับคนที่ท่านแนะนำ และตัวของท่านเอง เพราะท่านพยายามขาย โน้มน้าวเต็มที่ แต่คนที่ท่านแนะนำพยายามที่จะออกไปจากบริบทนั้นเพราะไม่อยากถูกขายการ ตลาดที่ไม่ฝืนธรรมชาติ ก็คือการที่ท่านทำการตลาดแบบไม่ง้อใคร และท่านต้องนำเสนอในสิ่งที่เขาต้องการมันอยู่แล้วหรือแก้ปัญหาให้เขาได้ ไม่ใช่มาโน้มน้าวให้เขาเริ่มสนใจ ตัวอย่างหนึ่ง ที่เห็นชัดเจนคือ ถ้าคุณพยายามขายเนื้อสันอย่างดีให้กับคนที่กินเจ แม้เนื้อท่านจะมีคุณภาพเท่าใดก็ไม่มีคนซื้อ คนต้องมีระบบกรองว่าเขากินเนื้อ ถ้าจะให้ดีต้องมีระบบกรองไปอีกว่าเขาชอบทานเนื้อสันคุณภาพดี แล้วคุณก็แค่ทำการตลาดกับคนแบบนี้ไงครับการทำการตลาดแบบไม่ฝืน ธรรมชาติ สิ่งแรกทีท่านต้องรู้คือกลุ่มเป้าหมายของท่านคือใคร อย่างที่สอง ท่านมีวิธีการหรือสินค้าที่เป็นที่ต้องการของเขาหรือไม่ อย่างที่สาม จะทำอย่างไรในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย เมื่อท่านเข้าใจทั้งสามข้อแล้วก็สามารถวางกลยุทธ์ ในการทำเครือข่ายของท่านได้ทีนี้มองออกแล้วใช่ไหมครับว่าท่านจะทำการตลาดแบบไม่ฝืนธรรมชาติของคนอย่างไรบนพื้นฐานไม่ง้อใคร และไม่มีใครรู้สึกว่าถูกขายสนใจเข้าอบรมเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคลายปมความล้มเหลวในตลาดเครือข่ายด้วยการตลาดแบบ Attraction Marketing
ทางออนไลน์ฟรี!!!!!แจ้งชื่อ อีเมล์ เบอร์โทร และบอกว่าต้องการอบรมเพิ่มเติม มาที่ feel.pe@gmail.com ไม่มีค่าใช้จ่ายในการอบรมทางเน็ตต้องการข้อมูลการทำเครือข่ายแบบถูกต้อง สามารถเข้ามากรอกรับข้อมูลส่งให้ฟรีทางเมล์ได้ที่นี่ครับ http://successful.thport.com/
Attract No.6: การสร้างความสัมพันธ์แบบอัตโนมัติกับระบบ Email Marketing
คุณเคยได้ยินคำพูดนี้ไหมครับ " ถ้าธุรกิจเครือข่ายไหนไม่มีระบบติดตามคนอัตโนมัติ Email Marketing อย่าคิดไปทำเด็ดขาด”สาเหตุ เพราะ คุณต้องทำงานหนักแน่ๆ คุณจะทำอย่างไรเมื่อเริ่มมีคนให้ความสนใจ คุณจะอาศัยการโทรไปหาเหรอครับ โอ้ว..คุณต้องเป็น มือถือลิซึ่ม หรือ นางทางโทรศัพท์แน่ๆ แถมคนที่โทรหาคุณแน่ใจหรือครับว่าเขาสนใจจริงๆหรือแค่กรอกมาดูเฉยๆ สถิติของการทำเครือข่าย บอกว่า 100 คนที่กรอกมาจะมีแค่ 2-3 คนเท่านั้นที่จริงจัง 97-98 คนเป็นคนที่ไม่ได้อยู่ในข่าย คุณจะใช้เวลาเท่าไหร่ในการคุย ยิ่งคุณเป็นคนใหม่ ผมบอกเลยว่าร้อยทั้งร้อยที่โทร เจออาการเหวอแน่ๆ จากการปฎิเสธจากรายชื่อเหล่านั้น ที่ปรึกษาบอกว่าไงครับ "ทำต่อไปหาคนที่ใช่” แต่เราเป็นคนมีจิตใจ คงไม่อยากเจอการปฎิเสธมากมายขนาดนั้น หรือบางคนสติแตกไปเลยก็มีการ สร้างความสัมพันธ์เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจเครือข่าย เพราะไม่มีใครซื้อหรือ เข้าร่วมกับเครือข่าย กับคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อนแบบง่ายๆหรอกครับ คุณคิดว่าเขาจะทำธุรกิจกับคุณเมื่อคุยกัน 1-2 ครั้งเหรอครับ สถิติเครือข่ายบอกว่า คนที่เข้าร่วมเครือข่ายส่วนมากจะเข้าร่วมเมื่อถูกติดตามผลอย่างน้อย 7 ครั้ง.....คราวนี้รู้หรือยังว่าทำไมยังล้มเหลวกับระบบเดิมๆ ที่ใช้การติดตามผลทางโทรศัพท์ เพราะคุณมั่นใจไหมว่าจะกล้าโทรหาคนสนใจอย่างน้อย 7 ครั้ง เป็นผมใครโทรมาขนาดนั้น โดยที่ไม่ใช่คนรู้จักมาก่อน ผมก็คงบอกว่า "คุณมีธุระอะไรนักหนากับผม"การติดตามผ่านทางอีเมล์ที่เรียกว่า Email Marketing จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพราะ
1.ไม่ต้องเหนื่อยคุยกับคนเยอะ ใช้ระบบอีเมล์ติดตามให้แทน
2.กรองคนมาให้คุยเฉพาะคนที่เขาสนใจเท่านั้น ระบบนี้จะทำให้คุณไม่ต้องเหนื่อยกับคนที่ไม่สนใจ
3.ทำให้คนที่ไม่สนใจในตอนแรกกลับมาสนใจธุรกิจเรา ไอเดียของที่ปรึกษาคุณที่บอกว่า คนทุกคนที่คุณเจอตามท้องถนนคือทีมงานในอนาคต เป็นลูกค้าในอนาคต ให้คุยกับทุกคนบนท้องถนน เป็นไอเดียเดียวกันกับเราครับ แต่ที่ปรึกษาคุณ ใช้วิธีที่ไม่เวิร์คในการทำให้คนสนใจ แต่อีเมล์ที่เราส่งไปจะค่อยๆโน้มเขามาศึกษาสิ่งที่เรานำเสนอมากขึ้น
4.เป็นการโปรโมตความเป็นมืออาชีพของคุณอีกทางหนึ่ง ทำให้คนรู้จักคุณในฐานะ มืออาชีพ คุณจะเริ่มสร้างกรอบความศรัทธาให้กับเขาอีกทาง"ฉันจะเริ่มส่งเมล์หาคนสนใจเลย จะเลิกโทรแล้วละ" หยุด!!!!....คุณต้องดูเงื่อนไขนี้
5.คุณกำลังจะ Spam เมล์หรือเปล่า ระบบที่ผมบอกต้องเป็นระบบถูกกฎหมาย คนที่รับเมล์ยืนยันที่จะรับข้อมูลข่าวสารจากท่านถึงจะส่งให้เขาได้ และเขาสามารถยกเลิกการรับได้ถ้าไม่พอใจที่จะรับเมล์ต่อ ถ้าท่านจะหารายชื่อเมล์แล้วมาส่งโดยใช้เมล์ท่าน หรือ โปรแกรมส่งเมล์ ท่านกำลังเดินหาตาราง
6. ความเป็นมืออาชีพของเนื้อหาเป็นสิ่งสำคัญ ข้อความท่านกำลังดึงดูดคนหรือ กำลังไล่คนหนี...พิจารณาหรือยัง มั่นใจอย่างไรสิ่งที่ท่านกำลังเขียนมันเวิร์ค
7.จงเชื่อ ไม่มีใครอยากเป็นคนถูกขาย ท่านกำลังส่งสารไปขายของหรือขายธุรกิจอย่างเดียวหรือเปล่า ถ้าท่านไม่ให้คุณค่าอะไรกับเขา แน่ใจว่าเขาจะกลับมาสนใจสิ่งที่ท่านทำ
8. ท่านส่งเมล์คุยกับเขาหรือเปล่า เช่นจะส่งเมล์หาคุณสายธาร เมล์ท่านจะส่งหาว่า "สวัสดีครับคุณต่าย” หรือ "สวัสดีครับท่านผู้สนใจ' เพราะคุณกำลังหว่านแหอยู่ใช่ไหม คำพูดที่หวานหูคนที่สุดคือ ชื่อของเขาเอง เมล์ท่านต้องโฟกัสกับเขาเท่านั้น
9. คุณกำลังส่งเมล์เป็นกลุ่มใหญ่ จะไหวเหรอถ้าไม่มีระบบออโต วันนี้ขี้เกียจไม่ส่งล่ะ คอมเสีย ไฟดับ ทะเลอะกับแฟน อื่นๆ คราวหน้าผมยังไม่บอกหัวข้อนะครับ อยากให้ท่านสนใจเข้ามาดูเอง แล้วเจอกันนะครับสนใจเข้าอบรมเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคลายปมความล้มเหลวในตลาดเครือข่ายด้วย
การตลาดแบบ Attraction Marketing ทางออนไลน์ฟรี!!!!!
แจ้งชื่อ อีเมล์ เบอร์โทร และบอกว่าต้องการอบรมเพิ่มเติม มาที่ feel.pe@gmail.com ไม่มีค่าใช้จ่ายในการอบรมทางเน็ตต้องการข้อมูลการทำเครือข่ายแบบถูกต้อง
สามารถเข้ามากรอกรับข้อมูลส่งให้ฟรีทางเมล์ได้ที่นี่ครับ http://successful.thport.com/
Attract No.5: เริ่มสร้าง ลิสต์รายชื่อผู้สนใจยังไงดี
ถ้าท่านลองอ่านบทความ Attrac No.1 - Attract No.4 ของผม 4 บท ที่ผ่านมาแล้วลองเอาไอเดียไปปรับใช้กับเครือข่ายของท่าน ผมยืนยันเลยว่า ธุรกิจเครือข่ายของท่านจะพลิกหน้ามือเป็นหลังมือเลยที่เดียว แต่สิ่งสำคัญคือระบบที่ท่านต้องสร้างขึ้นมาถ้ายังไม่มีระบบแบบที่ผมอธิบาย แล้ววันนี้เราจะมาเรียนรู้การสร้างลิสต์รายชื่อผู้ที่สนใจว่าปัจจุบันมีแบบไหนบ้าง
Attract NO.4: หลักการเบื้องต้นในการโปรโมตความเป็นมืออาชีพของตัวท่านเอง
การ ทำการตลาดดึงดูดเริ่มจากทำให้คนรู้จักเราก่อน หลังจากนั้นเริ่มสร้างความสัมพันธ์ และสุดท้ายท่านก็เริ่มโปรโมตความเป็นมืออาชีพของท่านให้คนเชื่อมั่นในท่านการ ทำให้คนรู้จักเป็นสิ่งแรก ท่านต้องรู้ว่าสิ่งที่จะเวิร์คกับการตลาดแบบดึงดูดคือ การทำการตลาดกับระบบสังคมออนไลน์ และใช้ระบบที่สนับสนุนสังคมออนไลน์ Social network ที่ท่านต้องเลือกว่าจะใช้เครื่องมืออะไรบ้าง ทีมีในเน็ตอย่างเช่น Youtube, Facebook, hi5, Myspace หรือวิธีอื่นๆที่ท่านถนัด แม้กระทั่งกระทู้ก็ยังได้เลยขั้น ต่อมาเป็นการสร้างความสัมพันธ์ เพราะคนจะให้ความเชื่อมั่นและเข้ามาสนใจท่าน เมื่อเขามองว่าท่านเป็นคนน่าคบ มีบางอย่างคล้ายๆกัน หรือท่านให้ความใส่ใจในตัวเขาเป็นอันมากท่านต้องทุ่มเวลาเป็นอันมากในการ สร้างความสัมพันธ์กับคน ท่านต้องกล้าโชว์ความเป็นตัวท่าน รูปภาพของท่านคือสิ่งที่ขาดไม่ได้ และอย่าทำการอันใดที่เขารู้สึกอึดอัด เพราะสุดท้ายเราจะโดนลบจากระบบของเขาทันทีบางท่านใช้ Social network ใน การโฆษณาขายของ ขายธุรกิจทันทีที่เริ่ม สิ่งที่เกิดขึ้นสุดท้ายคือท่านจะไม่มีเพื่อนในเครือข่ายเลยเพราะท่านจะโดน เขี่ยจากระบบเขาทันที คนไม่ชอบโฆษณาขยะเหมือนทีผมกล่าวแต่ต้นขั้น ต่อมาเป็นการสร้างความเชื่อมั่นได้นั่นคือ การที่เริ่มโปรโมตความเป็นมืออาชีพของตน แต่ไม่ใช่โปรโมตธุรกิจนะครับ เราต้องโปรโมตสิ่งที่จะแก้ปัญหาให้เขา โปรโมตสิ่งต่างๆที่มีในระบบ ความรู้ความสามารถของเราแบบไม่โอ้อวด เอาให้พอเหมาะ ถ้าเป็นไปได้แสดงหลักฐานด้วยยิ่งดีขั้นตอนอาจจะดูง่ายๆแต่ต้องใช้เวลา และความใส่ใจเป็นอันมากในขั้นตอนการสร้างความสัมพันธ์ แต่สุดท้ายผลลัพธ์อันมหาศาลจะเกิดขึ้นแน่นอนการ เป็นมนุษย์แม่เหล็กอีกอย่างคือ ถ้าท่านทำเครือข่ายอยู่แล้ว แน่นอนท่านมีไซด์ไลน์ที่ทำธุรกิจเดียวกับท่าน สร้างความสัมพันธ์ที่ดีด้วยกันไว้ครับ เพราะไม่แน่อนาคตคือสิ่งไม่แน่นอนท่านอาจจะได้เขามาร่วมเครือข่ายแบบไม่ต้อง เปลืองแรง และคนเหล่านั้นเขามีทักษะที่เหนือกว่าหลายคนที่ไม่เคยทำมาก่อนด้วยซ้ำไปสนใจเข้าอบรมเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคลายปมความล้มเหลวในตลาดเครือข่ายด้วยการตลาดแบบ Attraction Marketing ทางออนไลน์ฟรี แจ้งชื่อ อีเมล์ เบอร์โทร และบอกว่าต้องการอบรมเพิ่มเติม มาที่ feel.pe@gmail.com สามารถเข้ามากรอกรับข้อมูลส่งให้ฟรีทางเมล์ ได้ที่นี่ครับ successful.thport.com
ไม่มีค่าใช้จ่ายในการอบรมทางเน็ตต้องการข้อมูลการทำเครือข่ายแบบถูกต้อง
Attract No.3: การนำการตลาดแบบดึงดูดหรือ Attraction Marketing มาใช้กับธุรกิจเครือข่าย

เราได้เรียนรู้สิ่งที่มันเวิร์คเมื่อนำระบบ Attraction Marketing หรือ ระบบการตลาดแบบดึงดูดมาใช้กับธุรกิจเครือข่ายของเราแล้ว สิ่งต่อไปนี้ที่จะถ่ายทอดคือวิธีการที่จะนำเข้ามาใช้ให้เหมาะสมกับเครือข่ายเรา ยังเข้าใจจากบทความก่อนหน้าแล้วว่า การที่การตลาดแบบดึงดูดของเราจะสมบูรณ์เมื่อเราทำการโปรโมตความเป็นมืออาชีพ ของเรา จนสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้คน ผ่านระบบต่างๆและเครื่องมือที่เราใช้ในการโปรโมตตัวเอง ทุกคนจะรู้จักเราในฐานะผู้เชี่ยวชาญหรือ Expert ทางด้านเครือข่าย เมื่อนั้นละครับเราจะเปรียบเสมือนแม่เหล็กในการดึงดูดคนเข้ามาร่วมหัวใจ ของการทำเครือข่ายอย่างแรกก็คือ การสร้างลิสต์รายชื่อคนที่สนใจ เป็นสิ่งจำเป็นอันดับแรก สิ่งเก่าๆที่หลายๆคนทำกันมาก่อนไม่ว่าจะเป็นการสร้างลิสต์รายชื่อจากคน รู้จัก 100คน(ผมให้นิยามว่า 100คนแรกที่คุณจะไล่เขาจากชีวิต) หรือการที่เลือกที่จะใช้เงินไปโฆษณาตามเวบ บางคนใช้การซื้อรายชื่อจากที่ปรึกษา หรือบางคนเลือกการสแปมเมล์(ผิดกฎหมายนะครับ) อาจจะเวิร์คบ้างแต่สิ่งสำคัญคือคุณต้องใช้ทั้งเวลาหรืองบประมาณไปตลอดการ สร้างรายชื่อ แถมยังต้องเหนื่อยในการทำงานสำหรับแทบทุกธุรกิจที่ระบบการติดตามไม่มีต้อง โทรตามเอง การสร้างรายชื่อของระบบ Attraction Marketing เมื่อ ท่านเป็นมนุษย์แม่เหล็กแล้ว ด้วยความเชื่อมั่นที่มีในตัวท่าน คนจะขยับตัวตามท่านไม่ว่าท่านจะขยับไปทิศทางไหน โดยที่ท่านไม่ต้องเสียเวลาโฆษณาตัวธุรกิจ เพราะตัวท่านคือเครื่องหมายการันตีอยู่แล้ว งานของท่านจะไม่ใช่การสร้างลิสต์รายชื่อคนสนใจธุรกิจนั้นๆ แต่จะเป็นการสร้างลิสต์รายชื่อคนที่อยากเรียนรู้การทำธุรกิจให้สำเร็จ คนที่สนใจว่าท่านจะเอ่ยอะไรออกมา หัวใจ อย่างที่สองคือ การติดตาม ในหลายๆธุรกิจปัจจุบัน การติดตามของคนส่วนใหญ่อยู่ในรูปของการโทรศัพท์ แน่นอนละครับว่า โอกาสที่เขาจะมาร่วมกับเรามันขึ้นกับหลายปัจจัยมาก เมื่อท่านอารมณ์ดี อารมณ์เสีย สัญญาณโทรศัพท์ เวลาที่จะใช้ในการคุย และอื่นๆ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เกิดความล้มเหลวได้ง่ายๆในการติดตามผล ถึงแม้ท่านจะเป็นมืออาชีพเท่าไหร่ก็ตาม ท่านใช้สคริปที่เทพเขียนให้ก็ตาม นอกจากนี้ท่านยังถูกจำกัดด้านเวลาที่จะนำมาใช้ในการติดตามผล ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะเกิดผลลัพธ์อย่างไรด้วยซ้ำไป รายชื่อบางรายชื่อเมื่อท่านโทรไปเขาไม่สนใจยังทำให้ท่านรู้สึกท้ออีก หรือแม้กระทั่งคนที่สนใจแต่ยังไม่ตัดสินใจ ท่านจะโทรตามได้กี่ครั้งกัน สุดท้ายก็ต้องทิ้งรายชื่อที่ได้มาโดยยากลำบากไป เกิดแบบนี้กับเครือข่ายที่ท่านทำอยู่ใช่ไหม !!!! วิธีการติดตามของระบบ Attraction Marketing คือการติดตามผ่านทางอีเมล์ที่เรียกว่า Email Marketing เป็น การติดตามที่ทรงประสิทธิภาพที่สุด เราไม่ต้องเหนื่อยกับการคุยกับคน เราจะถูกคนที่สนใจจริงๆเท่านั้นโทรมาหาหรืออีเมล์มาถาม เห็นไหมครับว่าการคุยกับคนที่สนใจมันจะง่ายกว่าเยอะ ท่านสามารถให้ข้อมูลในแบบที่ระบบท่านมีกับเข้าได้เลย ในขณะเดียวกันยังทำให้คนที่อาจจะเข้ามาเป็น lead ของท่านโดยบังเอิญ กลับเข้ามาสนใจในสิ่งที่ท่านทำอยู่ คนที่สนใจจะได้รับอีเมล์จากระบบที่ส่งไปหาเขาเรื่อยๆตามที่ท่านต้องการ(ส่ง เมล์แบบนี้ถูกกฎหมายนะครับ) ท่านจะไม่สูญเสียรายชื่อที่หามาโดยลำบากไปฟรีๆ ยิ่งถ้าท่านมีลิสต์รายชื่อเยอะๆ การติดตามแบบนี้จำเป็นมากๆ เพราะท่านจะโทรศัพท์อย่างเดียวคงไม่ไหวทุกวันนี้บางธุรกิจในบ้านเราก็เริ่มมีใช้ระบบ Email Marketing นะครับ แต่อย่าลืมนะครับว่า Email Marketing เป็นแค่ส่วนหนึ่งของระบบ Attraction Marketing เพราะหัวใจของการตลาดแบบดึงดูดคือการสร้างความเชื่อมั่นของคนอื่นในการเป็นมืออาชีพของคุณเอง หัวใจ อย่างที่สามของเครือข่ายคือการปิดการขายหรือการปิดการรับสมัครเมื่อคน ท่านจะเห็นไหมครับสองอย่างแรกเราสามารถใช้ระบบทำแทนเราได้ หน้าที่ของเราในการตลาดดึงดูดก็คือ การปิดการขายและรับสมัครคน เมื่อระบบการตลาดแบบดึงดูดของท่านแกร่งจริงๆ ท่านไม่ต้องโน้มน้าวอะไรเขาทั้งสิ้น หน้าที่ของท่านคือดูว่าเขาจริงจังแค่ไหน ถ้าไม่จริงจังก็ปฏิเสธเขาไปที่จะให้เข้าร่วม เพราะท่านจะรู้ว่าเสียเวลาเปล่ากับคนไม่จริงจัง และจงสอนการตลาดแบบที่ท่านทำอยู่กับคนที่เขามาร่วมกับท่าน เห็นไหมครับบริบทท่านจะถูกเปลี่ยนจากตามล่าคน กลายเป็นคนที่ถูกเขาตามล่าแล้ว
Attract No2: Attraction Marketing การตลาดแบบดึงดูด
เรา ได้เข้าใจไอเดียของการตลาดแบบดึงดูดที่จะเข้ามาแทนรูปแบบการทำตลาดเครือข่าย แบบเดิมๆทีไล่คนออกจากชีวิตไปแล้วนะครับ สิ่งสำคัญต่อไปนี้คือแล้วเขาทำกันอย่างไรระบบ การตลาดแบบดึงดูด เป็นการสร้างความเชื่อมั่นของตัวท่านเองให้กับผู้คนที่สนใจในเครือข่าย ถามนิดนะครับว่า ถ้าท่านกำลังจะทำธุรกิจเครือข่ายสักตัวกับคน 2 ประเภท ที่ทำเครือข่ายอันเดียวกัน คนที่1 มีความเชี่ยวชาญด้านเครือข่ายเรียกได้ว่าเป็นปรมาจารย์เลย กับอีกคนเป็นคนที่ทำการตลาดเครือข่ายทั่วๆไป ที่ทำตามที่ปรึกษาแนะนำ ท่านว่าเขาจะเลือกทำกับใคร แน่ๆใช่ไหมครับว่าท่านจะเลือกทำกับคนที่เป็นปรมาจารย์คนนั้น คนอื่นก็เหมือนกัน คนจะเลือกคนที่เขามั่นใจว่าจะนำพาเขาสู่ความสำเร็จ คนจะเลือกคนเป็นผู้นำเสมอ สองประเด็นนี้คือหัวใจของการตลาดแบบดึงดูด ความเชื่อมั่นเป็นสิ่งที่ท่านควรสร้าง ไม่ใช่ความเชื่อมั่นในตัวบริษัทหรือแผนการตลาดนะครับ แต่เป็นความเชื่อมั่นของคนอื่นต่อตัวท่านเองดัง นั้นหยุด!!!โฆษณาโอกาสทางธุรกิจเสียทีครับ เพราะท่านจะเป็นเหมือนคนส่วนใหญ่ที่ทำเครือข่ายที่ทำโฆษณาขยะตามเวปต่างๆ แต่ท่านต้องมุ่งโปรโมตความเป็นมืออาชีพของท่านเอง มุ่งการพัฒนาความเป็นมืออาชีพของตัวเอง เปลี่ยนบริบทของท่านจากการเป็นผู้ล่าที่ต้องการเนื้ออย่างมาก ให้เป็นผู้ถูกล่าที่มีคนถวิลหาอยากจะเจอ คราวนี้ท่านจะเข้าสู่ระบบการตลาดแบบดึงดูด Attraction Marketing แบบเต็มตัวคราวหน้าเราจะมาเรียนรู้ว่า Attraction Marketing จะเข้ามาเป็นส่วนประกอบอย่างไรในธุรกิจของท่าน มันมีส่วนไหนบ้างที่จะเสริมธุรกิจของท่านขอ ขอบคุณที่สละเวลาอ่านบทความจนจบ หวังว่าน่าจะมีประโยชน์กับเพื่อนๆที่ทำเครือข่าย สามารถนำความรู้นี้ไปใช้ในงานเครือข่ายของตัวท่านเองในสำเร็จยิ่งขึ้น เปลี่ยนมุมมองของคนกับธุรกิจเครือข่ายกันเสียใหม่เข้าดูตัวอย่างระบบ Attraction Marketing บางส่วนได้ที่นี่ก่อนนะครับ
http://successful.thport.com หรือจองรหัสอบรมออนไลน์แบบเข้มข้นผ่านเน็ต ให้แจ้งชื่อ อีเมล์ เบอร์โทรมาที่ feel.pe@gmail.com เราจะขอทำการสัมภาษณ์เพื่อดูคุณสมบัติก่อนว่าท่านมีคุณสมบัติที่จะเข้ารับชมหรือไม่
Attract No1: ไอเดียของระบบ Attraction Marketing กับธุรกิจเครือข่าย

ปัญหาของคนทำเครือข่ายคือยิ่งทำธุรกิจเท่าไหร่ไม่มีใครอยากคบหาหรือไม่มีใครอยากเข้าใกล้รู้ไหมว่าปัญหามันเกิดเพราะอะไร?????
- ถ้าเวลาไปเที่ยวเพื่อน ในกลุ่มเพื่อนคนหนึ่งคุยแต่เรื่องธุรกิจให้เพื่อนฟังท่านจะรู้สึกอย่างไร
- ถ้าเวลาเจอหน้าญาตเมื่อไหร่ เป็นต้องแนะนำผลิตภัณฑ์หรือโอกาสทางธุรกิจกับท่านท่านชอบหรือไม่
- เพื่อนไม่เคยคุยกันมาเป็นปีๆ โทรมาบอกว่ามีผลิตภัณฑ์มาเสนอ หรือมีโอกาสธุรกิจมาเสนอท่านอยากฟังไหม
- เปิดหน้าเวปก็เจอแต่โฆษณาโอกาสทางธุรกิจเต็มไปหมดท่านปิดเวปนั้นทิ้งหรือเปล่าล่ะ
คราว นี้พอมองเห็นหรือยังครับว่า การตลาดที่ท่านคิดว่าเวิร์ค ที่ปรึกษาแนะนำให้ท่านทำ ลิสต์รายชื่อคนรู้จัก 100 คน แล้วกระหน่ำโทรหา คุยกับทุกคนบนท้องถนน รีบโทรไปบอกเพื่อนว่าเราทำธุรกิจอยู่มาทำกับเราด่วน แนะนำสิ่งดีๆให้คนใกล้ตัว ใช้ดีแล้วบอกต่อ (คำนี้เขาฮิตกันจัง) ทุ่มเงินลงในเวปเพื่อโปรโมตหรือซื้อรายชื่อมาโทรกันเลย แจกซีดีด้วย กำลังเป็นระบบที่ผลักไสไล่ส่งคนอื่นให้ไปไกลๆจากท่าน น่าตลกมาก ท่านกำลังทำธุรกิจเครือข่ายที่ต้องการคนเข้ามาร่วมแต่ระบบท่านกำลังไล่คนหนี กันแน่....!!!!
นี่ ละครับทำไมคนทำเครือข่าย 99% ไม่ประสบความสำเร็จ ได้น้อยกว่าเสีย สุดท้ายก็เข้าสู่วงจรอุบาทว์ในการทำธุรกิจคือการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ธุรกิจ A H B C ก็จะกลายเป็นของขวัญในความล้มเหลวต่อไปของท่านคนเดียวกัน ทำงานแบบเดียวกัน ใช้ระบบเหมือนๆกัน ผลลัพธ์ย่อมไม่ต่างกันมาหรอกครับ นั่นคือท่านคือ 99 % ของทุกธุรกิจที่ท่านเข้าไปร่วม
แล้วระบบ Attraction Marketing คืออะไรล่ะ?? Attraction Marketing ชื่อก็บอกแล้วนะครับว่าเป็นการทำการตลาดแบบดึงดูด แล้วท่านจะดึงดูดอะไรเหรอ...สิ่งเหล่านี้ไงครับ
- การได้คนหลั่งไหลเข้าเวปของท่านโดยที่ท่านไม่เสียเงินทำการโปรโมตกับเวป
- การที่ท่านได้คนสนใจมาร่วมโดยที่ท่านไม่ต้องวุ่นวาย กระหน่ำโทรหาใคร เพราะเขาจะวิ่งมาหาท่านเอง
- การที่ท่านได้คนสมัครโดยไม่ต้องเสียเวลาโน้มน้าวใคร หน้าที่ของท่านคือสมัครเขาเท่านั้น แถมคนเหล่านั้นยังแย่งที่จะเป็นต้นสายกับท่าน
- ท่านจะถูกเปลี่ยนบริบทจากการที่ถูกปฎิเสธของคนที่จะเข้ามาร่วม กลายเป็นว่าท่านจะเป็นคนปฎิเสธเขาเอง
แล้วไอเดียนี้มันเกิดจริงเหรอ?? ถ้ามีจริงก็ดีสิ? ฉันละเหนื่อยกับการโทรตามจิกคน ท้อกับการปฎิเสธของคนข่าวดีก็คือ ระบบนี้ถูกสร้างขึ้นมาแล้ว และจะเป็นแสงไฟสปอร์ตไลท์ส่องหน้าให้กับคนทำเครือข่าย คราวหน้าเราจะมาเจอะลึกมากขึ้นกับระบบ Attraction Marketing นะครับเข้าดูตัวอย่างระบบนี้ได้ที่นี่ก่อนนะครับ
http://successful.thport.com/
หรือจองรหัสอบรมออนไลน์แบบเข้มข้นผ่านเน็ต ให้แจ้งชื่อ อีเมล์ เบอร์โทรมาที่นี่
ประวัติธุรกิจ MLM ในประเทศไทย
ประวัติธุรกิจ MLM ในประเทศไทย
ธุรกิจเครือข่ายในประเทศไทยนั้นได้เข้ามาเปิดตลาดในเมืองไทยเมื่อหลายสิบปี ที่แล้ว ซึ่งในขณะนั้นมีบริษัทธุรกิจเครือข่ายยังไม่มากนัก แล้วต่อมาไม่นานก็เริ่มมีบริษัทต่างๆ เข้ามาเปิดทำการในประเทศไทยทั้งของประต่างประเทศ และของไทยด้วยกันเอง จากเพียงแค่ไม่กี่บริษัทก็เพิ่มเป็นหลายสิบบริษัท มีทั้งสินค้าอุปโภค บริโภค หลายประเภท หลากราคาหลักการของธุรกิจเครือข่ายคือ การที่นักขายได้รับผลตอบแทนทั้งจากที่ตนเองขายปลีก และผลตอบแทนจากการขายซึ่งเกิดขึ้นเมื่อนักขายในกลุ่มของตนชวนมาร่วมกันขาย จนมียอดขายรวมเป็นก้อนใหญ่ จากปัจจัยดังกล่าวทำให้เกิดโอกาสในการสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องและไม่มีขีด จำกัด ซึ่งเกิดจากการสปอนเซอร์หรือชักชวนผู้อื่นมาเข้าร่วมธุรกิจอันทำให้ระบบการ ตลาดของธุรกิจเครือข่ายเป็นระบบที่มีศักยภาพสูงสุดในธุรกิจขายตรงปัจจุบัน เนื่องจากธุรกิจเครือข่ายเป็นธุรกิจที่ใช้เงินลงทุนและค่าธรรมเนียมในการ เริ่มต้นธุรกิจต่ำ เพียงจ่ายเงินค่าสมัครเพื่อรับคู่มือความรู้ เอกสารฝึกอบรม และผลิตภัณฑ์ตัวอย่างเท่านั้นก็สามารถเริ่มงานได้ทันที ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีผู้คนจำนวนมากมาทำธุรกิจเครือข่ายจึงทำให้มี บริษัทธุรกิจเครือข่ายเปิดตัวขึ้นมารองรับผู้ที่ต้องการมีรายได้มากขึ้น แต่ละบริษัทก็มีจุดขายของตนเองแตกต่างกันไปในด้านต่างๆ เช่น สินค้า หรือแผนรายได้ นอกนั้นยังมีการโปรโมททีมหรือสายงานเพื่อต้องการให้ผู้คนสนใจมาเข้าทีมอีก ด้วยในปัจจุบันเทคโนโลยีมีความก้าวหน้ามากขึ้นจึงเริ่มมีนักธุรกิจ เครือข่ายหันมาให้ความสนใจในการทำการตลาดบนอินเตอร์เน็ตเข้ามาช่วยผ่อนแรงใน การหาผู้ที่สนใจมาเข้าทีม หรือแม้กระทั่งการขายสินค้าบนอินเตอร์เน็ต ต่างจากเมื่อยุคเริ่มแรกที่นักธุรกิจเครือข่ายจะต้องเดินทางด้วยรถยนต์ไปนำ เสนอธุรกิจ หรือนำสินค้าไปขายถึงที่บ้านของผู้คาดหวัง
สำหรับบทนี้ผมต้องขอจบเนื้อหาไว้แต่เพียงเท่านี้ก่อนนะครับ ขอขอบคุณทุกท่านที่สละเวลาเข้ามาอ่านบทความของผม ขอบคุณครับ
ประวัติความเป็นมาและวิวัฒนาการของ MLM
การขายตรงนั้นสามารถย้อนกลับไปยาวนานพอๆกับประวัติศาสตร์ของมนุษย์ ก่อนจะมีการใช้เงินมนุษย์เราแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างกันโดยตรง อย่างไรก็ดีการขายในลักษณะขายตรงที่เป็นแม่แบบของการขายตรงยุคปัจจุบันนี้เริ่มมาประมาณปี 1740 โดยสองพี่น้อง Edward และ William Pattison ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องใช้จากตะกั่ว ได้ทำการเร่ขายสินค้าไปตามบ้าน (ในลักษณะการขายตรง) โดยจะเดินทางในรถลากเล็กๆบรรทุกสินค้าไปขายให้กับผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งเรียกว่า Yankee Peddler
ในปี 1868 เกิดบริษัทขายตรงที่ขายสินค้าเครื่องเทศตามบ้านและสินค้าอาหาร ชื่อ Watkins Company
ปี 1855 บริษัท Southwestern Publishing Company ตั้งขึ้นเพื่อผลิตหนังสือและคัมภีร์ไบเบิล และในปี 1868 บริษัท ปรับปรุงบริษัทให้เป็นบริษัทขายตรง โดยให้นักศึกษาในมหาวิทยาลัยเข้ามาเป็นตัวแทนขาย
ปี1886 บริษัท Avon เริ่มต้นบริษัทแบบขายตรง โดย David McConnel เขาได้เริ่มด้วยการขายคัมภีร์ไบเบิลและแถมตัวอย่างน้ำหอมไปตามบ้าน น้ำหอมที่แถมนั้นปรากฏว่าเป็นที่นิยมอย่างมาก จนเขาได้ก่อตั้งบริษัท California Perfume Company ซึ่งภายหลังเปลี่ยนเป็นชื่อ Avon ในปี 1939 จนกลายเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ New York Stock Exchange และได้พัฒนาแผนการจ่ายผลตอบแทนให้เป็น MLM ให้ที่สุด
ระบบการขายตรงสมัยใหม่เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเมื่อปี 1906 โดย Alfred Fuller ซึ่งอยู่ที่เมือง New Britain ในมลรัฐ Colorado ได้ก่อตั้งบริษัท Fuller Brush Company ซึ่งเริ่มทำการขายตรงแบบ Door-to-door ซึ่งถือว่าเป็นการเริ่มรูปแบบการขายตรงสมัยใหม่ ภายหลังบริษัทได้ปรับปรุงแผนการตลาดของตนให้เป็นแบบ MLM แต่ก็ไม่ประสบความสพเร็จมากนัก เพราะเหล่าสมาชิกต่างมีความเป็นนักขาย (Salespeople) มากกว่าเป็นนักขยายเครือข่าย (Recruiters)
อย่างไรก็ดีก่อนปี 1950 การขายตรงส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะ Party Plan คือการตลาดผลิตภัณฑ์โดยการจัดแสดงและเป็นเจ้าภาพในงานปาร์ตี้หรืองานทางสังคมต่างๆ โดยใช้งานสังคมต่างๆนั้นเป็นจุดแสดงและสาธิตสินค้า โดยให้ผู้ที่เข้าร่วมงานได้เห็นการสาธิตสินค้าและการทดลองสินค้าจริง แล้วก็รับรายการสั่งซื้อสินค้าจากลูกค้าโดยตรง เพื่อจัดส่งสินค้าให้ต่อไป
ในปี 1950 เป็นยุคที่การตลาดแบบขายตรงหลายชั้นหรือการตลาดแบบเครือข่ายถือกำเนิดอย่างแท้จริง เป็นยุคที่บริษัทยักษ์ใหญ่ของวงการ MLM มากมายได้ถือกำเนิดขึ้น บริษัทเหล่านี้คือ Tupperware, Shaklee, Amway และ Mary Kay
ในปี 1945 Earl Tupper เป็นผู้บุกเบิกสินค้าที่ทำจากพลาสติกที่อ่อนตัว น้ำหนักเบา ไม่แตกหักง่าย และสามารถปิดผนึกได้อย่างมิดชิด เริ่มทำตลาดโดยการขายส่งปกติ แต่ไม่ประสบความสำเร็จนัก ในปี 1951 เขาได้เปลี่ยนมาใช้แผน Party Plan โดยการสาธิตสินค้าตามงานปาร์ตี้ และขายสินค้าแบบขายตรง และประสบความสำเร็จอย่างสูง
ในปี 1956 Dr. Forrest Shaklee ผู้เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านสารอาหาร ทำงานร่วมกับ Casimur Funk ผู้ที่ค้นพบวิตามิน ได้ก่อตั้งบริษัท Shaklee ซึ่งเป็นผู้แนะนำวิตามินเข้าไปสู่อเมริกา และได้ก่อตั้งระบบขายตรงหลายชั้นขึ้น บริษัท Shaklee เป็นยักษ์ใหญ่ของวงการวิตามินและอาหารเสริม
ในปี 1959 Rich Devos และ Jay Van Andel ได้ก่อตั้งบริษัทจัดจำหน่ายสินค้าที่หลากหลายโดยใช้รูปแบบ MLM หรือการตลาดขายตรงหลายชั้น ซึ่งต่อมาเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้าน MLM ที่เป็นที่กล่าวขวัญถึงอย่างมาก มียอดขายทั่วโลกกว่า 7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีตัวแทนจำหน่ายอิสระเป็นล้านคนทั่วโลก ปัจจุบัน Amway ถือเป็นบริษัท MLM ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในโลก
ในปี 1963 Mary Kay Ash ซึ่งเป็นนักขายตรงจากบริษัท Stanley Home Product และบริษัทขายตรงอีกหลายบริษัท ได้ก่อตั้งบริษัท Mary Kay ซึ่งเป็นบริษัทของผู้หญิงบริษัทแรกๆของโลก Mary Kay ขายสินค้าเครื่องสำอาง ซึ่งต่อมาให้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
ในปี 1975 Federal Trade Commission ของสหรัฐฯ หรือ FTC ซึ่งเป็นหน่วยงานที่คุ้มครองผู้บริโภคและคุ้มครองการแข่งขันอย่างเสรี ได้ดำเนินคดีฟ้องร้องต่อศาล กล่าวหาว่า Amway ประกอบธุรกิจแบบปิระมิดที่ผิดกฎหมาย แต่หลังจากต่อสู้กันในศาลนานถึง 4 ปี ในปี 1979 ศาลสหรัฐฯ ก็ได้ตัดสินให้ Amway ชนะคดี โดยศาลได้ตัดสินให้ แผนการจ่ายค่าตอบแทนของ Amway ซึ่งเป็นการตลาดขายตรงหลายชั้นเป็นแผนการจ่ายค่าตอบแทนที่ถูกกฎหมาย ไม่ได้เป็นแบบปิระมิดซึ่งเป็นแบบที่ผิดกฎหมายสหรัฐฯ คดีดังกล่าวถึงเป็นกรณีตัวอย่างที่มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมขายตรงอย่างมากที่สุดในประวัติศาสตร์เลยที่เดียว หาก Amway แพ้คดีนี้ ธุรกิจ MLM ในโลกนี้อาจไม่เกิดและเจริญเติบได้อย่างทุกวันนี้ การชนะคดีของ Amway เป็นการนำทางให้บริษัท MLM ติดตามมาอีกเป็นจำนวนมาก และแพร่กระจายไปยังส่วนต่างๆทั่วโลก
ปัจจุบันเป็นยุคที่ MLM ได้รับการยอมรับมากขึ้นมีบริษัทจำนวนมากหันมาใช้การตลาดแบบ MLM ซึ่งเป็นช่องทางการจำหน่ายที่มีประสิทธิภาพมากสามารถขยายตลาดได้อย่างรวดเร็วและมีรายได้ค่อนข้างสูง อย่างไรก็ดี ปัจจุบันก็มีบริษัทที่นำวิธีการทางการตลาดแบบ MLM ไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง ได้มีการแพร่ระบาดของระบบที่เรียกว่า Pyramids หรือปิระมิด หรือการตลาดลักษณะที่เป็นแบบลูกโซ่ มีบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในลักษณะที่หลอกลวงผู้บริโภคโดยการรับสมัครคนเข้ามาสู่ระบบ และเสียเงินเพื่อการสมัคร มากกว่าการขายสินค้า ซึ่งในบางครั้งจะทำให้เป็นระบบที่เรียกว่า การเล่นเงิน Money game ซึ่งเป็นระบบที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค
แนวโน้ม MLM ในอนาคตจะเป็นระบบที่สามารถกระจายสินค้าจากผู้ผลิตไปสู่ผู้บริโภคอย่างยุติธรรม และมีการพัฒนาไปสู่ระบบ MLM ที่สมบูรณ์ คือมีทั้ง ผู้ผลิต ผู้กระจายสินค้า และผู้บริโภคอยู่ในระบบเดียวกัน สามารถสลับหน้าที่กันได้อย่างสมบูรณ์และยุติธรรม ซึ่งจะได้กล่าวอย่างละเอียดในบทต่อๆไป
"บทความนี้เป็นลิขสิทธิ์ของบริษัท เอลิสิโอ จำกัด
หากท่านต้องการนำบทความนี้ไปใช้ อ้างอิง ทำซ้ำ
หรือนำไปลงในเว็บไซต์ของท่าน กรุณาเขียนข้อความว่า
ที่มาของบทความ จากเว็บไซต์ http://www.alisio.com//"
ขอบคุณครับ